บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ("MINT") ประกาศกำไรสุทธิจำนวน 923 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 24 จาก ไตรมาส 3 ปี 2557 หากไม่นับรวมกำไรพิเศษจากการซื้อโรงแรม Oaks Elan Darwin มูลค่า 70 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2558 เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหาร ท่ามกลางการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจทั่วโลก สำหรับเก้าเดือนแรกของปี 2558 MINT มีกำไรสุทธิ 3,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่นับรวมผลกำไรจากรายการพิเศษของการลงทุนในกลุ่มโรงแรมของ Sun International ในไตรมาสแรกของปี 2558 และโรงแรม Oaks Elan Darwin ใน ไตรมาส 3 ปี 2558 รวมจำนวน 720 ล้านบาท กำไรสุทธิจากการดำเนินงานในเก้าเดือนแรกของปี 2558 เติบโตร้อยละ 7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ถึงแม้ว่าจะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก ภาวะค่าเงินผันผวน เหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองในบางประเทศที่ MINT ดำเนินกิจการอยู่ รวมถึงเหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ในประเทศไทย
ธุรกิจโรงแรมของ MINT มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 45 ในไตรมาส 3 ของปี 2558 และร้อยละ 52 ในเก้าเดือนแรกของปี 2558 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หากไม่นับรวมผลกำไรจากรายการพิเศษ กำไรสุทธิจากการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมเติบโตขึ้นร้อยละ 27 ในไตรมาส 3 ของปี 2558 และร้อยละ 13 ในเก้าเดือนแรกของปี 2558 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการเติบโตตังกล่าว เป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของกลุ่มโรงแรมที่ MINT เป็นเจ้าของเองและรับจ้างบริหาร กลุ่มโรงแรมในเครือ Oaks ในประเทศออสเตรเลีย และธุรกิจโครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา อนันตรา เวเคชั่น คลับ ทั้งนี้ ธุรกิจโรงแรมของ MINT มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แม้ว่าจะมีการอ่อนตัวของภาวะเศรษฐกิจโลก การผันผวนของค่าเงิน ความไม่สงบสุขทางการเมืองในบางประเทศ และปัจจัยภายนอกอื่นๆ ที่ MINT ไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมของ MINT ในไตรมาส 3 ปี 2558 รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ของโรงแรมที่ MINT เป็นเจ้าของเองในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 39 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังจากได้รับผลกระทบทางการเมืองในปี 2557 รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPar) ของโรงแรมเดิม (Organic) ที่ MINT เป็นเจ้าของเองในต่างจังหวัดและต่างประเทศ เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 20 ในไตรมาส 3 ปี 2558 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากโรงแรมในต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย และโรงแรมในประเทศมัลดีฟส์และเวียดนาม ในไตรมาส 3 ปี 2558 รายได้จากการรับจ้างบริหารโรงแรมเพิ่มขึ้นร้อยละ 12 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่โดดเด่นของโรงแรมที่ MINT บริหารในประเทศจีนและในภูมิภาคตะวันออกกลาง นอกจากนี้ โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา อนันตรา เวเคชั่น คลับ ยังมีการเติบโตของกำไรที่โดดเด่น ในอัตรากว่าร้อยละ 80 ในช่วงเก้าเดือนของปีนี้ จากการเติบโตของยอดขายและความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
ธุรกิจร้านอาหารของ MINT มีกำไรสุทธิเติบโตขึ้นร้อยละ 10 ในไตรมาส 3 ของปี 2558 และร้อยละ 2 ในเก้าเดือนแรกของปี 2558 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ยอดขายโดยรวมทุกสาขา (Total-System-Sales) เติบโตขึ้นร้อยละ 13 ในไตรมาส 3 ของปี 2558 จากการขยายสาขาในอัตราร้อยละ 8 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่ยอดขายต่อร้านเดิม (Same-Store-Sales) อยู่ในระดับคงที่ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทย ซึ่งมีสัดส่วนใหญ่ที่สุดของกลุ่มธุรกิจอาหารของ MINT มีการเติบโตของยอดขายต่อร้านเดิมร้อยละ 2.5 ในไตรมาส 3 ของปี 2558 แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศไทยยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของแบรนด์เบอร์เกอร์ คิง ซิซซ์เลอร์ และเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ในขณะที่ยอดขายต่อร้านเดิมของธุรกิจร้านอาหารในประเทศสิงคโปร์เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในไตรมาส 3 ของปี 2558 จากการนำเสนอร้านอาหารไทยเอ็กซ์เพรสในรูปแบบใหม่ของสาขาหลักบางแห่ง ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า กลุ่มธุรกิจร้านอาหารของ MINT ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ถึงแม้จะมีการชะลอตัวทางเศรษฐกิจและการบริโภคภายในประเทศต่างๆ ที่ MINT ดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจร้านอาหารของ MINT
ธุรกิจจัดจำหน่ายและรับจ้างผลิตของ MINT ซึ่งดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มีกำไรสุทธิลดลงในไตรมาส 3 ปี 2558 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ นอกจากนี้ เหตุการณ์ระเบิดแยกราชประสงค์ยังส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อยอดขายของจุดจำหน่ายในบริเวณดังกล่าวอีกด้วย
MINT ยังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามแผลกลยุทธ์อย่างเคร่งคัด โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าและพัฒนาประสิทธิภาพในการทำกำไรให้สูงสุดของสินทรัพย์ที่ MINT ได้ลงทุนสร้างและเข้าซื้อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น กลุ่มธุรกิจโรงแรมในทวีปแอฟริกา และกลุ่มโรงแรมภายใต้แบรนด์ทิโวลี นอกจากนี้ MINT ยังคงมุ่งพัฒนาความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น การเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในกิจการร้านอาหารในประเทศออสเตรเลีย ซึ่ง MINT ร่วมบริหารกิจการกับผู้ก่อตั้งเดิม โดยการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในครั้งนี้ นอกจากจะช่วยขยายผลกำไรของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารของ MINT ในประเทศออสเตรเลียแล้ว ยังจะช่วยผลักดันให้กิจการเติบโตยิ่งขึ้น เนื่องจากได้ประโยชน์จากระบบการดำเนินงานและความสามารถในการบริหารจัดการธุรกิจของ MINT ในระดับสากล ด้วยกลยุทธ์การกระจายธุรกิจและขยายกิจการอย่างมีวินัย MINT จะสามารถสร้างผลการดำเนินงานและอัตราการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องและมั่นคงต่อไปในอนาคต
ข้อมูลเกี่ยวกับบริษํท:
บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจระดับสากล โดยประกอบ 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น MINT เป็นผู้นำในธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย โดยมีร้านอาหารกว่า 1,700 สาขา ใน 20 ประเทศ ภายใต้เครื่องหมายการค้า เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเวนเซ่นส์ ซิซซ์เลอร์ แดรี่ ควีน เบอร์เกอร์ คิง ไทยเอ็กซ์เพรส เดอะ คอฟฟี่ คลับ ริบส์ แอนด์ รัมส์ เบร็ดทอล์ค (ประเทศไทย) และริเวอร์ไซด์ อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจโรงแรมทั้งในรูปแบบเป็นเจ้าของเอง บริหารจัดการ และร่วมลงทุน โดยมีโรงแรมทั้งสิ้น 135 โรงแรม ภายใต้เครื่องหมายการค้า อนันตรา อวานี โอ๊คส์ เปอร์ อควัม ทิโวลี เอเลวาน่า แมริออท โฟร์ ซีซั่นส์ เซ็นต์ รีจิส เรดิสัน บลู และโรงแรมในกลุ่มไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ใน 22 ประเทศในเอเชียแปซิฟิค ตะวันออกกลาง แอฟริกา คาบสมุทรอินเดีย ยุโรป และอเมริกาใต้ นอกจากนี้ MINT ยังเป็นผู้นำด้านการจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศ ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง และธุรกิจรับจ้างผลิตสินค้า โดยมีโรงงานเป็นของตัวเอง เครื่องหมายการค้าที่ MINT เป็นผู้จัดจำหน่ายได้แก่ แก๊ป บานาน่า รีพับบลิค เอสปรี บอสสินี่ ชาร์ล แอนด์ คีธ เพโดร เรดเอิร์ธ สวิลลิ่ง เจ.เอ. เฮ็งเคิลส์ อีทีแอล เลิร์นนิ่ง และ มายเซลล์ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.minorinternational.com
PERFORMANCE (Bt m)
|
||||||
3Q15
|
3Q14
|
Change
|
9M15
|
9M14
|
Change
|
|
Total Revenues |
11,124
|
9,403
|
18%
|
33,265
|
29,192
|
14%
|
Cost of Sales |
3,939
|
3,409
|
16%
|
11,455
|
10,189
|
12%
|
Selling & Administrative |
5,055
|
4,160
|
22%
|
14,699
|
12,928
|
14%
|
EBITDA |
2,129
|
1,834
|
16%
|
7,111
|
6,076
|
17%
|
Depreciation & Amort. |
813
|
720
|
13%
|
2,256
|
2,057
|
10%
|
EBIT |
1,317
|
1,114
|
18%
|
4,856
|
4,018
|
21%
|
Interest Expenses |
313
|
317
|
-1%
|
957
|
858
|
11%
|
Earnings Before Tax |
1,004
|
798
|
26%
|
3,899
|
3,160
|
23%
|
Corporate Tax |
56
|
15
|
282%
|
201
|
299
|
-33%
|
Minority Interest |
25
|
37
|
-32%
|
77
|
78
|
-2%
|
Net Profit as Reported |
923
|
746
|
24%
|
3,621
|
2,783
|
30%
|
Fully Diluted EPS as Reported (Bt) |
0.2097
|
0.1865
|
12%
|
0.8225
|
0.6955
|
18%
|
Fully Diluted Shares (mn) |
4,402
|
4,002
|
10%
|
4,402
|
4,002
|
10%
|
Note: Share of profit is included in other revenues
Press Contacts: Chaiyapat Paitoon / Jutatip Adulbhan at Tel: (662) 365-7500
Attachments